Event

วันอาสาฬหบูชา

posted on 07 Jul 2009 22:35 by maxtrix in Event

วันอาสาฬหบูชา

 

 

ความสำคัญ

วันอาสาฬหบูชา หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงพระธรรมที่ทรงตรัสรู้เป็นครั้งแรก จึงถือได้ว่าวันนี้เป็นวันเริ่มต้นประกาศพระพุทธศาสนาแก่ชาวโลก และด้วยการที่พระพุทธเจ้าทรงสามารถ แสดง เปิดเผย ทำให้แจ้ง แก่ชาวโลก ซึ่งพระธรรมที่ทรงตรัสรู้ได้ จึงถือได้ว่าพระองค์ได้ทรงกลายเป็นสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าโดยสมบูรณ์ คือทรงสำเร็จภารกิจแห่งการเป็นพระพุทธเจ้าผู้เป็น "สัมมาสัมพุทธะ" คือทรงเป็นพระพุทธเจ้าผู้สามารถแสดงสิ่งที่ทรงตรัสรู้ให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ซึ่งแตกต่างจาก "พระปัจเจกพุทธเจ้า" ที่แม้จะตรัสรู้เองได้โดยชอบ แต่ทว่าไม่สามารถสอนหรือเปิดเผยให้ผู้อื่นรู้ตามได้ ด้วยเหตุนี้วันอาสาฬหบูชาจึงมีชื่อเรียกว่า "วันพระธรรม"

วันอาสาฬหบูชา เป็นวันที่ท่านโกณฑัญญะได้บรรลุธรรมสำเร็จพระโสดาบันเป็นพระอริยบุคคลคนแรก และได้รับประทานเอหิภิกขุอุปสมบทเป็นพระสงฆ์องค์แรกในพระศาสนา และด้วยการที่ท่านเป็นพระอริยสงฆ์องค์แรกในโลกดังกล่าว พระรัตนตรัยจึงครบองค์สามบริบูรณ์เป็นครั้งแรกในโลก ด้วยเหตุนี้วันอาสาฬหบูชาจึงมีชื่อเรียกว่า "วันพระสงฆ์"[5]

 

วันนี้ก็แวะทำบุญตักบาตรที่วัดระฆังโฆสิตาราม คนเยอะมากๆ

ไหว้พระในอุโบสถ จากนั้นก็ลงมาไหว้พระดอกไม้ธูปเทียนด้านล่าง

สวดคาถาชินบัญชรแล้วเสี่ยงเซียมซีความว่าจะได้ ลาบ ลาภ (สาธุ เพี้ยงๆ)

จากนั้นก็ไปถวายหมาก พลู แล้วก็ซื้อขนมปังปอนด์กับอาหารปลา่

ไปให้อาหารปลาแถวๆ ท่าน้ำวัดระฆัง เสร็จแล้วก็กลับ

 

เย็นฝนตก จน 1 ทุ่มก็เริ่มซา แล้วก็ลงปรอยๆ 2 ทุ่มออกจากบ้าน

ไปบ้านเพื่อนรอเวลาเวียนเทียน (นั่งเล่น SF4 รอเวลาเวียนเทียน)

จนเวลา 20.45 ก็ออกไปซื้อดอกไม้ธูปเทียน แล้วก็เวียนเทียน

อิ่มบุญกลับบ้าน ฝนตกปรอยๆ

 

เกร็ดเล็กๆน้อยๆกับวันอาสาฬหบูชา

 

1. คำอ่าน

อาสาฬหบูชา อ่านว่า อา - สาน - หะ - บู - ชา

 

2. ทำไมเีวียนเทียนต้องเวียนขวา

ความจริงการเวียนเทียนนั้น มีทั้งการเวียนขวาซึ่งเรียกว่า ทักษิณาวรรต หรือ ประทักษิณ และการเวียนซ้ายซึ่งเรียกว่า อุตราวรรต แต่เป็นคติความเชื่อแต่โบราณว่าขวาเป็นมงคล
ซ้ายเป็นอวมงคล ซึ่งเรื่องนี้เกี่ยวกันกับเรื่องทิศด้วย โดยสมัยโบราณแบ่งทิศเป็นเพศ
และจำแนกเป็นขวา และซ้าย คือ ทิศตะวันออกกับทิศใต้เป็นทิศฝ่ายขวาเป็นเพศชาย
ส่วนทิศตะวันตกและทิศเหนือเป็นทิศฝ่ายซ้าย เป็นเพศหญิง

คนโบราณจึงนิยมนอนหันศีรษะไปทางทิศใต้อันเป็นทิศฝ่ายขวา
ซึ่งในศิลาจารึกสมัยสุโขทัยและในหนังสือไตรภูมิพระร่วงได้กล่าวถึงหัวนอนคือทิศใต้
ส่วนทิศปลายตีนคือทิศเหนือ เมื่อคนเป็น ๆ นอนหันหัวไปทางทิศใต้
จึงจำเป็นอยู่เองที่คนตายจะต้องหันหัวสู่ทิศเหนือเวลาฝังศพ
จึงต้องเอาหัวคนตายไปทางทิศเหนือ

เมื่อทิศใต้เป็นทิศมงคลและเป็นทิศหัวนอนของคนโบราณมีชื่อว่าทักษิณ
ซึ่งแปลว่าขวาหรือความเจริญ ทานอันเป็นผลบุญอุทิศให้แก่ผู้ล่วงลับไปแล้ว
จึงเรียกว่า ทักษิณานุประทาน การแสดงความเคารพองค์สถูปเจดีย์
จึงนิยมการเดินเวียนขวารอบองค์เจดีย์ หรือการเวียนเทียนสมโภชก็เวียนขวา
เรียกว่า ทักษิณาวรรต พระระเบียงที่มีอยู่รอบพระสถูปเจดีย์หรือพระอุโบสถ พระวิหาร
จึงมีไว้เพื่อพุทธศาสนิกชนเดินทักษิณาวรรตบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์นั้น ๆ ส่วนบนฐานชั้นล่างขององค์พระเจดีย์หรือพระปรางค์ที่มีทางเดินโดยรอบ
เรียกว่าฐานประทักษิณ คือ ฐานที่มีไว้สำหรับผู้ไปบูชาเดินเวียนขวาโดยรอบ

 

3. เวลาเวียนเทียนให้เดินด้านนอกพัทธสีมา ใครเดินด้านในพัทธสีมานั้นผิด!!!

สีมา หมายถึงเขตหรือแดนที่กำหนดไว้สำหรับทำสังฆกรรมของสงฆ์
เป็นเขตชุมนุมสงฆ์โดยเฉพาะซึ่งพระสงฆ์กำหนดว่าผู้อยู่ในเขตนั้นจะต้องร่วมกัน
ทำสังฆกรรมโดยความพร้อมเพรียงกัน

พัทธสีมา หมายถึงสีมาหรือเขตแดนที่พระสงฆ์ผูกไว้แล้ว
คือพระสงฆ์ร่วมกันกำหนดให้เป็นเขตทำสังฆกรรมตามพระวินัย
เรียกพิธีกรรมที่กำหนดอย่างนั้นว่า ผูกสีมา
โดยทั่วไปเรียกพัทธสีมาว่า โบสถ์ หรืออุโบสถ

 

อ่านแล้วจำไปใช้นะครับเข้าวัดคราวหน้าจะได้ปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง